World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


“โรคตาแดง”ที่แฝงมากับหน้าฝน!

 

 

 

“โรคตาแดง”ที่แฝงมากับหน้าฝน!

 

ดวงตา นับว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในร่างกายและเป็นอวัยวะที่รับเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีอุปกรณ์ใดป้องกันได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะมีโรคหนึ่งเกี่ยวกับดวงตาที่มักจะระบาดในทุกปีนั่นคือโรคตาแดง

 

โรคตาแดง (pink eye หรือ conjuctivitis)

เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาขาว ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่าย รวดเร็ว และทำให้เกิดอาการขึ้นอย่างเฉียบพลัน พบมีการระบาดเป็นช่วงๆ มักเป็นในฤดูฝน โดยหลังจากได้รับเชื้อแล้วจะทำให้เกิดอาการภายใน 1-2 วันและระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน

 

อาการของโรคตาแดง

อาการของโรคตาแดงอาจเกิดกับดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างก็ได้ ในกรณีที่เป็นสองข้าง ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการที่ดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปอีกข้างภายใน 2-3 วัน โดยอาการที่พบได้แก่ 

  • ตาแดง 
  • ปวดเล็กน้อยในเบ้าตา
  • คันตา เคืองตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา
  • น้ำตาไหล 
  • เปลือกตาบวม อาจพบตุ่มเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป
  • ในกรณีที่ติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย จะมีขี้ตามากทำให้ลืมตายากในช่วงตื่นนอน

 

 

ระยะเวลาของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ ในระยะที่อาการตาแดงเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการกระจกตาอักเสบจากเชื้อไวรัสที่ลุกลามไปยังกระจกตา ส่งผลให้มีอาการตาพร่ามัว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการตามัวอาจคงอยู่นานถึง 1-2 เดือน 

 

สาเหตุของโรคตาแดง

โรคตาแดงเกิดจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วยตาแดง เช่น น้ำตา ขี้ตาที่ติดอยู่ตามสิ่งของ พื้นผิวต่างๆ หรือในน้ำ แล้วมาสัมผัสที่ตา, การใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แว่นตา เครื่องสำอาง,การเล่นน้ำในที่ท่วมขังและสกปรก หรือจากการที่พาหะโรค เช่น แมลงหวี่ แมลงวัน นำมาสู่ตาเรา สาเหตุของโรคตาแดง ได้แก่

1. เชื้อไวรัส ที่พบบ่อย คือ Adenoviruses และ Herpes Simplex viruses

2. เชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อย คือ Staphylococcus aureus, Streptococcus pneumoniae และHaemophilus influenzae

3. โรคภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ ละอองเกสรดอกไม้ น้ำหอม เครื่องสำอาง ควันบุหรี่ ไรฝุ่น หรือแม้แต่ยาหยอดตาบางชนิด

4. สาเหตุอื่น เช่น สารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ที่มีความเป็นกรดหรือด่างมาก, การมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา, การใส่ Contact lens, โรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune)

 

ปัจจัยเสี่ยงโรคตาแดง

  • สัมผัสสารที่ก่อภูมิแพ้ ทำให้เกิดภูมิแพ้เยื่อบุตา
  • สัมผัสผู้ป่วยโรคตาแดงจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
  • สวมใส่คอนแทคเลนส์ โดยเฉพาะเลนส์ชนิดที่ใส่ข้ามคืน

 

การติดต่อของโรคตาแดง
โรคตาแดงเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย โดยเป็นการติดต่อจากการสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรงไม่ว่าจะเป็น

1.การคลุกคลีใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดง

2.ใช้เสื้อผ้าหรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย

3.ปล่อยให้ฝุ่นละอองหรือน้ำสกปรกเข้าตา

4.ปล่อยให้แมลงหวี่หรือแมลงวันตอมตา

5.ไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า

 

การวินิจฉัยโรค

เมื่อมีอาการ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ เนื่องจากโรคตาแดงอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และอาจมีโรคอื่นเกิดขึ้นร่วมได้ เช่น แผลที่กระจกตา กระจกตาอักเสบ การวินิจฉัยด้วยลักษณะภายนอกและการมองด้วยตาเปล่าจึงอาจไม่ละเอียดพอ ยิ่งไปกว่านั้น การรักษาโดยซื้อยาหยอดเอง อาจไม่หายหรือมีผลข้างเคียงจากยาโดยไม่คาดคิดได้

นอกจากการวินิจฉัยโรคตาแดงด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยการตรวจของจักษุแพทย์แล้ว การตรวจร่างกายอาจพบ ต่อมน้ำเหลืองที่หน้าใบหูบวมโต ซึ่งเป็นลักษณะของการติดเชื้อไวรัส การนำขี้ตาไปเพาะเชื้อ อาจทำในบางรายที่สงสัยเชื้อโรคบางชนิด หรือทำเมื่อแพทย์ให้การรักษาแล้ว แต่ไม่ดีขึ้นหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา นอกจากนั้นยังมีการตรวจพิเศษอื่นๆ ที่ทำในเฉพาะคนไข้บางราย อาจช่วยหาสาเหตุได้ เช่น

1. การทำ patch test เพื่อหาสารก่อภูมิแพ้

2. การขูดเยื่อตาเพื่อนำไปดูเซลล์ (conjunctival scrape for cytology) เพื่อหาเชื้อ Chlamydia, เชื้อรา, การเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของเซลล์ เช่น dysplasia

3. การตัดเยื่อตาออกมาตรวจ (conjunctival incisional biopsy) เพื่อหากลุ่มโรค granulomatous diseasesเช่น sarcoidosis หรือเมื่อสงสัย dysplasia

 

การรักษา

รักษาตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อโดยตรง ถ้ามีขี้ตามากก็หยอดยาปฏิชีวนะ มีไข้ เจ็บคอ ก็ใช้ยาแก้อักเสบร่วมกับยาลดไข้ ยาลดปวด พยายามรักษาสุขภาพ พักผ่อนให้มากๆ โดยเฉพาะการใช้สายตาในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึก ควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตา ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว ไม่ควรให้เชื้อไวรัสแพร่กระจาย ควรงดการใช้ผ้าเช้ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระ จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้

 

การป้องกัน

1. ล้างมือให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ

2. ไม่คลุกคลี ใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย

3. ถ้ามีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที

4. อย่าปล่อยให้มีแมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา

5. หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่ายกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ

 

โรคตาแดง ถึงแม้ว่าจะเป็นโรคที่ดูไม่ร้ายแรง แต่ถ้าละเลยหรือไม่ทำการรักษาก็อาจจะทำให้ตาแดงเรื้อรัง เส้นเลือดตาอักเสบเรื้อรัง หรือติดเชื้อที่รุนแรงถึงขั้นทำให้การมองเห็นลดลงและดวงตาพิการได้ ดังนั้นหากพบว่าตนเองเป็นโรคตาแดงควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง

 

--------------------------------------------------

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 

ศูนย์จักษุวิทยาเฉพาะทาง ชั้น 3  

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ถนนแจ้งวัฒนะ

โทร. 02-836-9999 ต่อ 3621-2