World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


เวียนหัว บ้านหมุน...อย่านิ่งนอนใจอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคภัย

 

เวียนหัว บ้านหมุน...อย่านิ่งนอนใจอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคภัย

 

 หลายท่านคงเคยมีอาการเวียนศีรษะ มึนงง รู้สึกร่างกายลอยๆ โคลงเคลง ไม่มั่นคง นับว่าเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน โดยอาการเวียนศีรษะสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่อาจจะพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งบางคนเมื่อเกิดอาการเหล่านี้อาจมองเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็สามารถเป็นได้ แต่บางครั้งอาการเวียนศีรษะก็เป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ซ่อนอยู่ในตัวเราด้วยเช่นกัน

 

สาเหตุทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการเวียนศีรษะมีหลากหลาย และมีสาเหตุมาจากหลายโรคที่ซับซ้อนซึ่งอาการเวียนหัวมี 2 ลักษณะ คือ

 

อาการมึนเวียนศีรษะ (Dizziness) มีความหมายรวมตั้งแต่อาการมึนศีรษะไปจนถึงอาการวิงเวียนศีรษะ เวียนหัว ซึ่งเป็นอาการไม่เฉพาะเจาะจง เกิดได้จากโรคต่างๆ เช่น โรคทางระบบไหลเวียนเลือด โรคทางระบบประสาท และสมอง ภาวะโลหิตจาง

 

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) จะหมายถึงเฉพาะอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุน หรือโคลงเคลงเท่านั้น ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมหมุนรอบตัวเองหรือตัวเองหมุน รู้สึกโคลงเคลงทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่กับที่หรือไม่มีการเคลื่อนไหว ในรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หูอื้อ การได้ยินลดลง หรือมีเสียงในหูร่วมด้วยได้

ทั้งนี้ มีหลายโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนได้ เช่น

 

  1. โรคหินปูนในหูชั้นใน หรือ BPPV เป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุ โดยจะมีอาการเวียนหัวแบบบ้านหมุนขึ้นมาทันทีที่เปลี่ยนท่าทางของศีรษะ เช่น ล้มตัวลงนอน  หรือก้มเก็บของ ในคนที่มีอาการมาก อาจทำให้มี คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรงได้ แต่การได้ยินมักจะปกติ
  2.  
  3. โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ผู้ป่วยจะมีอาการบ้านหมุนอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน มีเสียงในหู การได้ยินลดลง แน่นหู  โรคนี้จะเกิดขึ้นเป็นเวลานาน มากกว่า  ซึ่ง อาการกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
  1. โรคไมเกรน นอกจากจะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียวแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการเวียนหัวที่มักจะเป็น ๆ หาย ๆ สลับกันไป และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น การได้ยินจะลดลง หูอื้อ จนบางครั้งอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
  2.  
  3. โรคที่เกี่ยวกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือโรคความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดไม่เพียงพอต่อการไปเลี้ยงสมอง ทำให้มีอาการหน้ามืด หรือเป็นลมตามมา
  4.  
  5. โรคทางระบบประสาทและสมอง  เช่น  โรคเนื้องอก หรือเส้นเลือดสมองตีบ  ซึ่งมักพบร่วมกับอาการแขนขาอ่อนแรง เดินเซ พูดไม่ชัด
  6.  
  7. โรคทางจิตเวช โดยสาเหตุนี้มักจะเกิดจากสภาพจิตใจร่วมด้วย เช่น อาการเวียนหัวอย่างมากเมื่ออยู่ในที่แคบ ที่สูง หรือที่ชุมชน เกิดอาการหายใจไม่เต็มอิ่ม มือเท้าชา และเย็น และแน่นหน้าอก เป็นต้น

 

เมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุนควรทำอย่างไร?

อาการเวียนศีรษะและอาเจียนมาก ๆ อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ความดันในเลือดต่ำอาจเกิดภาวะช็อกได้ ดังนั้นหากเกิดอาการขณะทำกิจกรรมต่างๆ ควรปฏิบัติดังนี้

  • หยุดนั่งพัก หรือควรนอนพักสักครู่จนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้อาการแย่ลง เช่น การเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว การก้ม หรือเงยคอนานๆ

 

การดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • นอนพักจนอาการเริ่มดีขึ้น
  • เปลี่ยนท่าช้า ๆ
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นเช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ภูมิแพ้ กลิ่นฉุน
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่าง  ขณะที่มีอาการ  เช่น การขับยานพาหนะ การปีนบันได เนื่องจากเป็นการเพิ่มความเสี่ยง การเกิดอุบัติเหตุ
  • หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือขณะอยู่ในยานพาหนะเพราะอาจจะทำให้เกิดเมารถ เมาเรือ

 

หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์

  • เวียนศีรษะร่วมกับอาการหมดสติ
  • มีอาการแขนขา อ่อนแรง  เดินเซร่วมด้วย
  • คลื่นไส้ หรืออาเจียนซึ่งอาการเป็นมากขึ้น
  • ภาวะขาดน้ำปานกลาง หรือรุนแรง
  • อาการไม่ดีขึ้น ใน 1 สัปดาห์
  • มีอาการบ่อย หรือรุนแรง

 

ดังนั้น การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าได้รับการรักษาในระยะแรกจะได้ผลดี หากสงสัยว่าตนเองมีความผิดปกติ รู้สึกเวียนศีรษะ บ้านหมุนโดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีประวัติโรคหู ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง

 


บทความโดย แพทย์หญิง พิมลพรรณ วิเสสสาระกูล

แพทย์ชำนาญการอายุรศาสตร์ เฉพาะทางอายุรแพทย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอ (WMC)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล โทร. 02-836-9999 ต่อ 2921-2