World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


สายเสียงอักเสบ Inflamed vocal cords

 

สายเสียงอักเสบ Inflamed vocal cords
 
กล่องเสียง ประกอบด้วย กระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อหลายชิ้นทำงานร่วมกับสายเสียง ขึงตึงจากด้านในของลูกกระเดือกไปยังส่วนหลังของกล่องเสียง เสียงพูดเกิดจากลมหายใจออกที่ผ่านออกจากปอดและหลอดลม ไปยังสายเสียงช่วงที่เราพูดกล้ามเนื้อของสายเสียงจะดึงสายเสียงให้เข้ามาชิดกัน ลมจากปอดนี้จะดันให้สายเสียงเปิด – ปิด แยกออกเป็นจังหวะมีผลให้สายเสียงเกิดการสั่นสะเทือน ถ้าสายเสียงสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูง เสียงจะสูง ถ้าสายเสียงสั่นสะเทือนด้วยความถี่ต่ำเสียงจะทุ้ม เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของสายเสียงเพียงอย่างเดียวจะมีแต่เสียงสูงต่ำ จนเมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของอวัยวะที่อยู่เหนือสายเสียงคืออวัยวะในช่องคอและช่องปาก เช่น ลิ้น ฟัน เพดาน ก็จะทำให้เกิดเป็นเสียงพูด จะเห็นได้ว่าสายเสียงเป็นอวัยวะที่สำคัญในการสร้างเสียง หากเกิดปัญหากับสายเสียง เช่น ใช้เสียงผิดวิธี หรือเกิดการติดเชื้อของสายเสียง จะทำให้เกิดสายเสียงอักเสบ บวมแดง เกิดตุ่มที่สายเสียง (vocal nodule) สายเสียงก็จะไม่สามารถผลิตเสียงที่มีคุณภาพดีๆ ได้ ทำให้เกิดเสียงแหบแห้ง หรือเสียงหายตามมา
 
สายเสียงอักเสบ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1. สายเสียงอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่มักเป็นชั่วคราว (ไม่เกิน 3 สัปดาห์) ผู้ป่วยมักจะดีขึ้นหลังให้การรักษาสาเหตุ
2. สายเสียงอักเสบเรื้อรัง ส่วนใหญ่มีอาการนานเกิน 3 สัปดาห์ มักเป็นๆ หายๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ
 
สายเสียงอักเสบ เกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่
- การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อวัณโรคส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เมื่อเป็นหวัดจะมีการอักเสบของบริเวณช่องจมูกและภายในคอการอักเสบนี้อาจลามต่อไปถึงกล่องเสียงและสายเสียงทำให้สายเสียงอักเสบ ส่วนใหญ่เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส จะทำให้เกิดการอักเสบของสายเสียง อยู่นาน 1-3 สัปดาห์ แต่เชื้อรา และเชื้อวัณโรค จะทำให้เกิดการอักเสบของสายเสียงนานเป็นเดือน บางรายอาจมีอาการไข้ ไอเรื้อรัง น้ำหนักลดร่วมด้วย
- การได้รับแรงกระแทกบริเวณกล่องเสียง อาจทำให้สายเสียงอักเสบ หรือการหายใจเอาไอร้อนจัด สารเคมี หรือแก๊สที่ทาให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เข้าไป อาจทาให้สายเสียงอักเสบได้
- การใช้เสียงที่ผิดวิธี จนติดเป็นนิสัย เช่น ชอบตะโกนหรือใช้เสียงมากและนานเกินไป อาจทำให้สายเสียงอักเสบได้ เช่น นักร้องช่วงงานชุก, นักการเมืองช่วงหาเสียง, นักเทศน์, นักพูดที่ต้องพูดนาน
- การระคายเคืองเรื้อรัง เช่น จากการไอเรื้อรัง, สูบบุหรี่,ดื่มสุรา, น้ำย่อยในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งน้ำย่อยในกระเพาะ อาหารจะไหลย้อนไปที่กล่องเสียงไปสัมผัสสายเสียงที่อยู่ทางด้านหน้า ทำให้สายเสียงอักเสบได้ ผู้ป่วยมักมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอ หลังตื่นนอนตอนเช้า พอสายๆ ก็ทุเลาไปเอง โดยไม่ได้มีอาการเป็นไข้หวัดแต่อย่างใด, ไซนัสอักเสบเรื้อรังแล้วมีน้ำมูกหรือหนองไหลลงคอไประคายเคืองสายเสียง, การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้, ของฉุน, ฝุ่น, ควันเป็นประจำ
 
อาการ
- เสียงแหบ บางรายอาจเป็นมากจนถึงขั้นไม่มีเสียงอาจมีอาการหลังเป็นไข้หวัด เจ็บคอ ไอ ถ้าเกิดจากการระคายเคือง มักมีอาการเสียงแหบหลังสูบบุหรี่หรือดื่มสุราจัด ถ้าเกิดจากการใช้เสียงมักมีอาการเสียงแหบหลังจากร้องเพลงมาก หรือพูดมาก
- เจ็บคอ, คอแห้ง, รู้สึกคล้ายมีอะไรอยู่ในคอ, กลืนลำบาก ,กลืนเจ็บ,สำลัก
- มีเสมหะข้นเหลือง/เขียว หรือมีเลือดปน
- มีไข้นานเกิน 1 สัปดาห์ หรือเสียงแหบนาน เกิน 2สัปดาห์ น้ำหนักลดร่วมด้วย
 
 
การตรวจวินิจฉัย
เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์ก็จะซักถามอาการต่างๆ จากนั้นแพทย์ก็จะตรวจร่างกาย โดยใช้ กระจกเงาสะท้อนแสง ใส่เข้าไปในปาก เพื่อดูว่าสายเสียงของท่านผิดปกติหรือไม่ บวมหรือไม่ มีก้อนหรือไม่ ทดสอบการทำงานของสายเสียง โดยให้ร้องคาว่า อี อี (indirect laryngoscopy) ถ้าดูแล้วยังสงสัยหรือเห็นไม่ชัด แพทย์ก็จะใช้เครื่องมือพิเศษคือกล้องส่องที่มีเลนส์ขยายพิเศษ ใส่เข้า ทางปากเพื่อดูรายละเอียดของสายเสียง (telescopy) แต่ถ้าดูยังไม่ชัด แพทย์อาจใช้กล้องชนิดพิเศษที่มีสายอ่อนและ มีเลนส์ขยายใส่เข้าทางจมูก (fiber -optic laryngoscopy) ซึ่งจะทาให้เห็นสายเสียงได้ชัดเจนมากขึ้นการตรวจทั้งหมดนี้ ไม่เจ็บ เพราะ แพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่ก่อนตรวจ ถ้าแพทย์พบก้อนที่ผิดปกติบนสายเสียงแพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ออกมาเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติม
 
การรักษาตามสาเหตุที่พบ เช่น
- ถ้าเกิดจากไวรัส (เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่) แพทย์จะให้ยาบรรเทาตามอาการ เพราะส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้นเอง
- ถ้าเกิดจากแบคทีเรีย (เสมหะข้นเหลือง/เขียว หรือมีทอนซิลอักเสบบวมแดง) แพทย์จะให้ยาต้านจุลชีพ
- ในรายที่เกิดจากการระคายเคือง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง (เช่น บุหรี่ สุราการใช้เสียง)
- ในรายที่เกิดจากโรคกรดไหลย้อน แพทย์จะให้ยาลดการสร้างกรด และแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
- ถ้าเกิดจากเชื้อราหรือเชื้อวัณโรค แพทย์จะให้ยาต้านเชื้อรา หรือยารักษาเชื้อวัณโรค
- ถ้าผู้ป่วยมีตุ่มที่สายเสียง (vocal nodule) ซึ่งเกิดจากการใช้เสียงมากผิดปกติ และผู้ป่วยฝึกการพูดและการใช้เสียงแล้วอย่างน้อย 3 เดือน แต่อาการเสียงแหบยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเอาตุ่มดังกล่าวออก
- แพทย์อาจให้รับประทานยาสเตียรอยด์ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลดการบวม และการอักเสบของสายเสียงโดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการใช้เสียงอย่างเร่งด่วนเช่น จะต้องไปร้องเพลง หรือบรรยาย
 
ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้
- งดบุหรี่ สุรา กาแฟ น้ำอัดลม และพักการใช้เสียงจนกว่าอาการจะทุเลา
- ดื่มน้าอุ่นมากๆ, หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่อสายเสียง เช่น ฝุ่น, ควัน
- รับประทานยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้แก้ไอ

 

สอบถามและรับคำปรึกษาเพิ่มเติม
ศูนย์โสต-ศอ-นาสิก เฉพาะทาง
ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
โทร. 028369999 ต่อ 3921-2