World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


สายตาผิดปกติในเด็ก (Refractive Error in Children)

   

           

                   ในเด็กเล็กค่าสายตาปกติจะเป็นสายตายาว เนื่องมาจากเด็กมีขนาดลูกตาเล็ก และกำลังโฟกัสของกระจกตาและเลนส์น้อยกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงมีผลให้ภาพที่เกิดขึ้นตกหลังลูกตา หรือสายตายาวนั่นเอง ซึ่งสายตายาวอาจเพิ่มขึ้นได้จนอายุประมาณ 8 ปีหลังจากนั้น สายตายาวก็จะลดลง จนเข้าสู่ภาวะปกติ

 

ความผิดปกติของสายตาในเด็ก

 

1. สายตายาว (Hyperopia)

            

                ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ในเด็กจะมีสายตายาว ซึ่งจะต่างจากสายตายาวตามอายุในผู้ใหญ่ที่เกิดเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป หากสายตายาวในเด็กมากกว่าเกณฑ์ปกติ ก็ส่งผลทำให้ภาพไม่ชัด โดยเฉพาะเวลามองใกล้ๆ และในบางรายอาจพบว่า สายตายาวที่มากนั้นมีผลทำให้เกิดภาวะตาเขเข้าในได้ด้วย ในบางรายสายตายาวในข้างใดข้างหนึ่งมากกว่า ข้างที่สายตายาวมากกว่าก็มีความเสี่ยงในการเกิดตาขี้เกียจได้เช่นกัน

 

2. สายตาสั้น และสายตาสั้นเทียม (Myopia)

 

                ในเด็กไทย และเด็กชาวเอเชีย พบว่ามีอุบัติการณ์สายตาสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก และรวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า สายตาสั้นนั้นจะพบน้อยในเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน หรือนอกห้องเรียน เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่อยู่ในบ้านบ่อยกว่า ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการที่มองระยะใกล้นานๆ น่าจะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการสายตาสั้นได้

 

                สายตาสั้นในเด็กต้องระวังว่าอาจเป็นสายตาสั้นเทียมได้ เนื่องจากในเด็กชอบการเพ่งมอง การเพ่งมองนั้นจะทำให้การวัดสายตาออกมาเป็นสายตาสั้นมากกว่าความเป็นจริงหรือที่เรียกว่า “สายตาสั้นเทียม” นั่นเอง

 

                สายตาสั้นในเด็กถือว่าเป็นความผิดปกติทั้งหมด เด็กที่มีสายตาสั้นมักมาด้วยอาการมองไม่เห็นที่ไกล ต้องเดินไปดูใกล้ๆ หรืออาการหยีตาเวลาที่ต้องการจ้องมองวัตถุไกล

 

3. สายตาเอียง (Astigmatism)

 

                สายตาเอียงนั้นส่วนมากเกิดมาจาก กำลังการโฟกัสในแต่ละแนวของกระจกตาดำไม่เท่ากัน เพราะตามธรรมชาติการกระจกตาดำของมนุษย์ไม่ได้กลมเหมือนกับลูกบอล แต่กลมรีเหมือนลูกรักบี้ ทำให้ความโค้งในแต่ละแนวไม่เท่ากัน ส่งผลให้ภาพไม่ได้ตกโฟกัสลงในจุดเดียวกัน มีผลทำให้ภาพที่เห็นนั้นมัว ทั้งระยะไกลและใกล้ เด็กที่มีสายตาเอียงมากจนก่อให้เกิดปัญหามักจะแก้ไขโดยการเอียงหน้า หรือตะแคงหน้ามองเพื่อหาแนวหรือมุมโฟกัสที่ชัดที่สุด

               

                 ภาวะสายตาที่ผิดปกติทั้งสามชนิดที่กล่าวมา อาจนำไปสู่โรคตาขี้เกียจได้หากค่าสายตาข้างใดข้างหนึ่งแย่กว่าอีกข้างหนึ่ง หรือค่าสายตาแย่มากทั้งสองข้าง

 

 

 

 

การวัดสายตาในเด็ก

 

                เนื่องจากธรรมชาติของเด็กชอบเพ่ง จ้องทำให้วัดค่าสายตาได้เป็นสายตาสั้นมากกว่าความเป็นจริง หรือวัดค่าสายตายาวได้น้อยกว่าความเป็นจริง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องระงับหรือหยุดการเพ่งของเด็กชั่วคราว โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 12ปี ซึ่งวิธีที่เป็นมาตรฐาน คือ การหยอดยาเพื่อลดการเพ่ง แล้วทำการวัดสายตาก็ทำให้ทราบค่าสายตาจริงๆ ของเด็ก ยาชนิดนี้ไม่ใช่ยากลุ่มเดียวกับยาขยายม่านตาในผู้ใหญ่

 

                หลังจากตรวจวัดสายตาเสร็จ จักษุแพทย์จะทำการสั่งแว่นตาตามความเหมาะสม จากนั้นจะนัดตรวจติดตามเป็นระยะเนื่องจากค่าสายตาในเด็กมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โดยทั่วไปจะหยอดยาวัดสายตา ปีละ 1 ครั้ง จนกระทั่งอายุ ประมาณ 11 ถึง 12 ปี ก็จะสามารถวัดสายตาได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ เนื่องจากกำลังการเพ่งลดลงใกล้เคียงผู้ใหญ่ และส่วนมาก ค่าสายตาก่อนหยอดยาและค่าสายตาหลังหยอดยาไม่แตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลว่าไม่ต้องหยอดยาวัดสายตาในเด็กกลุ่มนี้

 

การเตรียมตัวในการตรวจวัดสายตาในเด็ก

 

                1. ควรเป็นวันที่ไม่มีไข้ ร่างกายปกติดี ไม่มีการสอบหรือการเรียนที่ต้องใช้สายตามากในวันรุ่งขึ้น เพราะยาจะทำให้มองที่ใกล้ไม่ชัด ประมาณ 1 วัน

                2. เตรียมแว่นตาดำ หรือหมวกมาด้วย เพราะหลังการตรวจม่านตาจะขยายเล็กน้อยอาจทำให้มีการแพ้แสงได้ ประมาณ 1 วัน

                3. หยอดยาวัดสายตา ทุก 5 ถึง 10 นาที 2 ถึง 3 ครั้งทั้งสองตา จากนั้นรอประมาณ 30 นาทีจะสามารถตรวจได้ ในระหว่างหยอดยาเด็กอาจงอแงได้ เนื่องจากยาหยอดตาแสบ

                4. หลังตรวจวัดสายตาเรียบร้อย จักษุแพทย์จะทำการตรวจจอประสาทตา เนื่องจากม่านตาขยายพอที่จะสามารถตรวจได้

                5. หลังตรวจเรียบร้อยควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง พักผ่อนในบ้าน ไม่ควรโดนแสงไฟสว่างมากๆ

 

นพ.วรากร เทียมทัด
จักษุแพทย์เฉพาะทาง ด้านโรคตาในเด็กและตาเข
ศุนย์จักษุวิทยาเฉพาะทาง โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล