World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


การฝากไข่ ทางเลือกของผู้หญิงยุคใหม่ที่วางแผนอนาคต

 

การฝากไข่ ทางเลือกของผู้หญิงยุคใหม่ที่วางแผนอนาคต

ในยุคปัจจุบันคุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีบุตรช้าลง อาจด้วยหน้าที่การงานหรือ lifestyle แต่การตั้งครรภ์เมื่ออายุมากขึ้นอาจพบกับปัญหามีลูกยากจากรังไข่ที่จะอาจเสื่อมลงตามกาลเวลา แม้ว่าจะยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ในตอนนี้แต่คุณสามารถตั้งครรภ์ได้ในอนาคตเมื่อมีความพร้อม และการฝากไข่ก็เป็นอีกทางเลือกให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้น

 

การฝากไข่คืออะไร

การฝากไข่ คือ การการนำเซลล์ไข่ออกมาเพื่อการเก็บรักษาเอาไว้เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพตามเวลา โดยวิธีการแข่แข็งไข่ ( egg freezing หรือ oocyte cryopreservation) นำเซลล์ไข่ไปแช่แข็งในสารไนโตรเจนเหลว สามารถทำได้ในคุณผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แนะนำให้ทำก่อนอายุ 35 ปี เพื่อโอกาสได้ไข่ที่มีปริมาณมากพอและมีคุณภาพที่ดี

 

 

4 ขั้นตอนการเก็บไข่

  1. ฉีดยากระตุ้นไข่ แพทย์จะให้ยากระตุ้นไข่ในขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อทำให้ฟองไข่เจริญเติบโต โดยการฉีดยาบริเวณหน้าท้องด้วยตนเองประมาณ 8-10 วัน
  2. ติดตามผลการกระตุ้นไข่ จะมีการอัลตราซาวด์ ประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อดูอัตรการเติบโตของไข่
  3. ฉีดยาเหนี่ยวนำการตกไข่ เมื่อไข่โตได้ขนาดที่เหมาะสม (โตกว่า 18 มิลลิเมตรเป็นต้นไป) แพทย์จะให้ยาเหนี่ยวนำให้ไข่ตกและเก็บไข่หลังฉีดยาประมาณ 36 ชั่วโมง
  4. เก็บไข่ แพทย์จะใช้การอัลตราซาวด์ระบุตำแหน่งไข่ แล้วเข็มเจาะเข้าไปยังรังไข่ ดูดเซลล์ไข่ออกมา ภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์
  5.  

 

การแช่แข็งไข่

เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ จะถูกแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เซลล์ไข่จะได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมอยู่เสมอโดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนโดยเฉพาะ

 

การนำไข่แช่แข็งมาใช้

เมื่อคุณมีความพร้อมจะมีบุตร เซลล์ไข่จะถูกนำออกมาละลายเพื่อการผสมกับอสุจิโดยวิธี ICSI เพื่อให้เกิดเป็นตัวอ่อน และตัวอ่อนนั้นจะถูกย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกรอการฝังตัวเพื่อตั้งครรภ์ต่อไป

 

ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับวันเก็บไข่

1. งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดหมายเก็บไข่

2. งดฉีดน้ำหอม เพราะจะเป็นสิ่งเร้าที่รบกวนเซลล์ไข่

3. งดการทำเล็บมือและเล็บเท้า และไม่ใส่คอนแทคเลนส์เพื่อใช้ในการประเมินร่างกายขณะให้ยาระงับความรู้สึก

4. ควรมาให้ตรงเวลานัดหมาย เพราะมีผลกระทบต่อระยะเวลาการเก็บไข่

 

การปฏิบัติตัวหลังการเก็บไข่

1. หลังการเก็บไข่จะมีอาการปวดท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือนและอาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง

2. ไม่ควรยกของหนักหรือออกกำลังกายอย่างหักโหม ในช่วงหลังเก็บไข่ 1 สัปดาห์

3. งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 สัปดาห์

4. ไม่ควรขับรถกลับเองหรือกลับรถสาธารณะตามลำพัง ควรมีผู้ดูแลมาด้วย 1 คน เพื่อคอยดูอาการช่วงเวลาการเดินทางกลับบ้าน

5. คอยสังเกตอาการหลังการเก็บไข่ หากปวดท้องมากหรือท้องบวมควรมาพบแพทย์ทันที

 

ไข่ที่ฝากไว้จะถูกหยุดอายุและความเสื่อมสภาพ เพื่อคงไว้ให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์จนกว่าจะถึงเวลาพร้อมใช้ เมื่อพร้อมมีบุตร ไข่ที่ถูกแช่แข็งไว้จะถูกละลายเพื่อผสมกับอสุจิโดยวิธีการ ICSI หรือ IVF เพื่อให้ได้เป็นตัวอ่อนแล้วย้ายกลับเข้าโพรงมดลูกต่อไป ซึ่งในกระบวนการเก็บไข่จะมีการใช้ปริมาณยาและการดูแลตัวเองที่แตกต่างกัน ฉะนั้นในทุกขั้นตอนการเก็บไข่ จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุอย่างใกล้ชิด

 

บทความโดย

พญ.มณีนุช ศรีผา  แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เวิลด์เมดิคอล ชั้น 4

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล  ( WMC )

โทร. 02-836-9999 ต่อ 4706

 

 

................................................

ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เวิลด์เมดิคอล

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้บริการรักษาและตรวจหาสาเหตุภาวะมีบุตรยาก และจัดการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน ด้วยวิธีบลาสโตซิสท์ คัลเจอร์ (Blastocyst Culture) รวมถึงทำการตรวจโครโมโซมเพื่อดูความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการตั้งครรภ์ " ทำการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านรักษาภาวะมีบุตรยาก

 

- การรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วยเทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ (Blastocyst Culture)
- การตรวจคัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อน (NGS)
- การแช่แข็งฝากไข่ อสุจิและตัวอ่อน
- การตรวจและการผ่าตัดผ่านกล้อง
- การส่องกล้องตรวจในโพรงมดลูก