World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


กายภาพบำบัดในผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย Fix and Fit

กายภาพบำบัดในผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย

Fix and Fit ตอนที่ 1 ซ่อมและฟื้นฟู เพื่อกลับมาสตรองใหม่

 

              แม้วิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้าขึ้น แต่โรคภัยไข้เจ็บก็พัฒนาความรุนแรง และมีโรคใหม่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้ตระหนักกันอยู่เสมอ คือการทำร่างกายให้พร้อมและแข็งแรง และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากมายอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเรื่อง การใส่ใจอาหารที่มีประโยชน์ อารมณ์ที่ส่งผลต่อระบบการทำงานและความเสื่อมถอยของร่างกาย อากาศที่บริสุทธิ์ สุขภาพอนามัย และสิ่งสำคัญ..คือการออกกำลังกาย

 

               ผู้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นแค่ไหน สังเกตได้จากบทความวิเคราะห์ธุรกิจกีฬา เดือนกันยายน 2561 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  “ตลาดในประเทศขยายตัวจากมูลค่าการนำเข้าเครื่องกีฬาและรองเท้ากีฬามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2561โดยมูลค่าการนำเข้าเติบโตสูงถึง 18.40% และ39.28% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นเทรนด์ตลาดคนรักสุขภาพ” นั่นทำให้เราเห็นถึงปริมาณนักกีฬาหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนว่าร่างกายที่ได้รับการออกกำลังกายสม่ำเสมอก่อนจะปรับสภาพไปสู่ความแข็งแรง.. ย่อมมีการบาดเจ็บ..ดังนักรบย่อมมีบาดแผล

 

 ทำไมเราถึงบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ?

 

               การบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย มักจะพบหลังจากร่างกายได้ทำกิจกรรมที่หนักขึ้น ใช้กล้ามเนื้อในแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อน อาจจะหนักขึ้น นานขึ้น หรือขาดการเตรียมพร้อมที่ดี เช่น ในวันที่วิ่งเร็วหรือนานกว่าปกติ  ในคนที่ไม่เคยเล่นกีฬาชนิดนั้นและเริ่มต้นหัดเล่น  การฝึกซ้อมแบบก้าวกระโดด การลงแข่งแบบไม่ซ้อม เป็นต้น

 

               นักกีฬาสมัครเล่น และผู้ที่เริ่มสนใจมาออกกำลังกาย จำนวนไม่น้อยที่มีอาการบาดเจ็บบ่อยๆ แม้ไม่รุนแรงในการบาดเจ็บมากนัก เพราะยังไม่ถึงขั้นแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ยังพบว่า กลุ่มคนเหล่านี้ยังขาดการดูแลตนเองที่ถูกต้อง เหมาะสมและเพียงพอ จึงนำไปสู่การบาดเจ็บเรื้อรังและไม่สามารถกลับมาออกกำลังกายต่อได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ควรจะได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายต่อไป เพราะประโยชน์จากการออกกำลังกายหลายๆข้อ ไม่สามารถหาได้จากวิธีการอื่น เช่น กล้ามเนื้อที่แข็งแรง ระบบไหลเวียนและหัวใจที่ทนทาน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายนัก เช่น สารเคมีในสมองปรับสมดุลส่งผลด้านสุขภาพจิต การฝึกฝนวินัยและพฤติกรรม การทำงานของเมตาบอลิซึม อีกทั้งยังช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆได้ในหลายระบบ ที่เรามักได้ยินว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องสร้างเอง

 

แล้วทำอย่างไรเมื่อบาดเจ็บ ? 

 

คำตอบก็คือ..ต้องรักษา

                แน่นอนว่าร่างกายมีกระบวนการรักษาซ่อมแซมตนเอง..แต่เราก็ต้องเข้าใจกระบวนการนี้เพื่อเอื้อให้ร่างกายซ่อมแซมตนเองอย่างดีที่สุด และสามารถกลับมาแข็งแรงใหม่ได้อีกครั้งยังไงล่ะ ความรู้ความเข้าใจในการจัดการการบาดเจ็บจึงสำคัญ

 

                เรามาทบทวนหลักการง่ายๆ คือ  R  I  C  E   ซึ่งยังใช้ได้ผลจริงกันก่อนดีกว่า

 

 

                R  :  REST  การพัก เป็นการป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บพังหรือเยินมากขึ้น ไม่เพิ่มภาระในกระบวนซ่อมซ่อมแซมของร่างกายจนบางทีก็อาจเกินเยียวยาได้ด้วยตัวเอง และการพักในที่นี้..คือการพักการใช้งานของอวัยวะที่บาดเจ็บ ไม่ใช่นอน..Zzzzzz ท่าเดียว  อาจมีตัวช่วยก็ได้ เพื่อพักการใช้งานนี้ เช่น  Brace , Support ช่วยพยุงต่างๆ

 

                I  :   ICE การประคบเย็น  ใช้น้ำแข็งนั่นแหล่ะ เห็นผลงดงามดีนัก จะใช้ถุงใช้ผ้าห่อน้ำแข็งโปะ หรือแช่น้ำผสมน้ำแข็งก็แล้วแต่ความเหมาะสม การประคบเย็นคือลดการเกิดหลอดเลือดขยายตัว Vasodiation  เนื่องจากเมื่อร่างกายมีการบาดเจ็บ ก็เกิดการอักเสบ หลอดเลือดบริเวณนั้นจะขยายตัว สิ่งที่เราเห็นคือ บวม แดง และร้อนที่ผิวหนังเมื่อสัมผัสนั้นเอง ถ้าถามว่าเราจะประคบเย็นไปถึงเมื่อไร แล้วเมื่อไหร่จะหยุดประคบเย็นแล้วมาประคบร้อน ทีนี้ก็มีวิธีเช็คด้วยตัวเองแล้วใช่ไหมคะ นอกจากนับชั่วโมงหลังบาดเจ็บที่ว่ากันว่า 24-48 ชั่วโมงแล้ว ยังเช็คได้ด้วยตัวเองได้ด้วยค่ะ เพราะบางคนกระบวนการอักเสบเกิดนานกว่านั้น ขึ้นกับความรุนแรงในการบาดเจ็บครั้งนั้นๆ เลยค่ะ

 

               C  :  Compression  แปลตรงๆ ว่า กด อัด ย่อ เรามักใช้ตัวช่วย คือ Bandage พันผ้ายืดนี้ไว้ ไล่ระดับแรงกด จากปลายสู่ต้น ไปสู่ต่อมน้ำเหลืองที่เหนือกว่า หรือไปทางหัวใจ ทางไหลหลอดหลอดเลือดกลับเข้าสู่หัวใจนั้นเอง เพื่อป้องกันอาการบวม คั่งของของเหลวและสารน้ำบริเวณที่บาดเจ็บ ทำแค่ระยะแรกๆ หลังบาดเจ็บใหม่ ๆ นะคะ หลังจากนี้พ้นระยะอักเสบร่างกายต้องการเลือดเพื่อขนส่งสิ่งจำเป็นมาซ่อมแซมค่ะ ไม่ต้องพันแล้ว

 

               E  :  Elevation การยกสูง สนับสนุนทางน้ำไหลนั้นเอง ซึ่งเราไม้ต้องการให้เกิดอาการบวมคั่งเราก็ยกเลยค่ะ แต่ก็จะทำได้แค่บางอวัยวะนะคะ เช่น เท้า ขา มือ แขน 

 

              เหล่านี้คือวิธีปฏิบัติเบื้องต้น สามารถทำได้ทันทีเมื่อมีการบาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในระยะอักเสบใหม่ๆ แต่การจัดการการบาดเจ็บไม่ได้มีแค่ระยะนี้เท่านั้น เรายังต้องให้ความสำคัญกับระยะซ่อมแซม และฟื้นฟู เพื่อนำสู่ความสตรองดังเดิม หรือเพิ่มเติมก็ยังได้ ถ้าไม่พังซะก่อน

 

จัดการยังไงกับระยะซ่อมแซมตัวเองของเนื้อเยื่อบาดเจ็บ?

 

ให้เรานึกถึงเวลาถูกมีดบาด ระหว่างที่รอแผลติด เราทำอะไรได้บ้าง .. ฉันใดก็ฉันนั้น

 

                ร่างกายต้องการให้เราอยู่ในท่าทางที่ไม่ทำให้อะไรๆมันพังลง เพื่อเอื้อให้มันซ่อมแซมตนเองได้ง่ายขึ้นและสวยงาม นักกายภาพบำบัดจะมีสายตาเอกซเรย์ฉายภาพเนื้อเยื่อของเราว่าท่าไหน กล้ามเนื้ออันนู้น เอ็นอันนี้ ทำงานยังไง ถูกทำร้าย หรือมันกำลังจะแข็งแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความแม่นยำในการวิเคราห์ภาพเหล่านี้ มาจากผลการวินิจฉัยซึ่งอาจจะได้มาจากเครื่องมือการวินิจฉัย ( link บทความ ultrasound image ) การตรวจร่างกายและประวัติการบาดเจ็บที่ได้จากผู้ป่วยเอง

 

                นั่นคือการนำไปสู่การวางแผนการรักษา หรือโปรแกรมกายภาพบำบัด  โปรแกรมเพื่อการบำบัดรักษาจะเป็นแบบเฉพาะคนแน่นอน ขึ้นอยู่กับเนื้อเยื้อที่เจ็บ บางคนเจ็บหลายจุด หลายชิ้นหลายอันพร้อมๆกัน ระยะเวลาการบาดเจ็บ ระดับความรุนแรงในการบาดเจ็บ เป้าหมายการรักษาที่ต้องวางแผนร่วมกับความต้องการของผู้ป่วย พื้นฐานสุขภาพ แต่เครื่องมือที่จะนำไปปรับเลือกใช้ตามความเหมาะสม ตามศิลปการรักษา ได้แก่

·      เครื่องมือที่เรียกว่า กลุ่ม Modality รักษาเนื้อเยื่อ กระตุ้นการซ่อมแซม ลดการอักเสบ อาทิเช่น LASER  Ultrasound

·      หลักการ Immobilization / REST

·      เทคนิคการใช้ Kinesiotape

·      การ Re-Training

·      Therapeutic Exercise เช่น Proprioceptive Training

·      Gait Analysis ( link บทความ gait analysis )

 

สิ่งสำคัญคือการประเมินว่าขณะนั้นสามารถกลับไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือกลับไปซ้อมไปหรือยัง และทำได้แค่ไหน และอะไรคือปัญหาที่นำมาสู่การบาดเจ็บครั้งนี้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือแก้ไขเพื่อไม่ให้กลับมาเจ็บซ้ำอีก

 

การวิเคราะห์โครงสร้างที่เป็นที่มาของการบาดเจ็บ เป็นสิ่งสำคัญที่เรามักจะได้ประเมินเมื่อผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บแล้ว และเข้ามาพบเรา แต่นั่นก็ทำให้วิธีการแก้ไขเป็นไปได้มากกว่าแค่รักษาให้หายจากอาการเจ็บในครั้งนั้น เพราะยังนำไปสู่การให้โปรแกรมบริหารและดูแลตัวเองในโครงสร้างที่ผู้ป่วยไม่แข็งแรงอีกด้วย

 

เขียนบทความโดย กภ.วิไลลักษณ์ สอดสี

นักกายภาพบำบัด สาขาออโธปิดิกส์

 

สามารถติดตามบทความดีดีได้ที่ FB page : Rehab WMC นะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

* Ultrasound imaging อัลตร้าซาวน์เพื่อการวินิจฉัย

* Gait analysis การวิเคราะห์การบาดเจ็บและโอกาสการบาดเจ็บที่เท้าจากวิธีการลงน้ำหนัก

* คลาส Quality of Athlete คลาสเรียนสนุกๆ ที่จะมอบสาระความรู้กลับไปใช้ได้จริง

* PRP รักษา ซ่อมแซมข้อต่อ เอ็น กล้ามเนื้อบาดเจ็บเรื้อรัง