World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


PRP หรือ PLATELET RICH PLASMA

 

PRP หรือ PLATELET RICH PLASMA คือ การสกัดเอาเกล็ดเลือดส่วนที่เป็นของเหลวหรือน้ำเลือด ( Plasma ) ซึ่งอุดมไปด้วยเกร็ดเลือด  ( Platelet )  มีโปรตีนและเซลล์จากกระแสเลือดเข้มข้น  ใช้ในการรักษา ซ่อมแซมข้อต่อ เนื้อเยื่ออ่อน  เอ็น หรือกล้ามเนื้อ ที่มีอาการบาดเจ็บและอักเสบ เสื่อม เรื้อรัง  รวมไปถึงการบาดเจ็บของระบบโครงสร้างมนุษย์ อาทิ เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน  โดยวิธีฉีด PRP  เข้าสู่จุดที่มีการบาดเจ็บ จะช่วยลดอาการบาดเจ็บ กระตุ้นกระบวนการในสมานแผลของร่างกายมนุษย์เร็วขึ้น  และยังช่วยให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ข้อสำคัญ คือ ไม่อันตรายเนื่องจากเป็นส่วนประกอบจากเลือดของผู้ป่วยเอง

 

 

อาการบาดเจ็บที่รักษาโดยการฉีด PRP

 

1. บาดเจ็บเรื้อรัง Chronic Tendon Injuries เช่น เอ็นข้อศอกด้านนอก , เอ็นหน้าเข่า , เอ็นร้อยหวาย , รองช้ำ , เอ็นขาหนีบ , เอ็นสะโพก

 

2. การบาดเจ็บของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ แบบฉับพลัน เช่น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ( มักพบในนักกีฬาฟุตบอล กล้ามเนื้อน่อง , กล้ามเนื้อต้นขานอก )

 

3. กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกเสื่อม

 

4. ข้อเข่าเสื่อม

 

5. การผ่าตัดบางชนิด เช่น การผ่าตัดซ่อมเอ็นหัวไหล่ เป็นต้น

 

การบาดเจ็บส่วนเอ็น ที่สามารถรักษาโดยการฉีด PRP

 

- เอ็นอักเสบ ที่ข้อศอกด้านนอก Tennis Elbow ( Common Extensor Tendinosis )       

      

- เอ็นหน้าเข่าอักเสบ Jumper’s Knee ( Patellar Tendinosis )         

         

- เอ็นร้อยหวายอักเสบ Achilles Tendinosis

 

- รองช้ำ Plantar Fasciitis          

                     

- เอ็นอักเสบ ที่ข้อศอกด้านนอก Tennis Elbow ( Common Extensor Tendinosis )

 

- เอ็นอักเสบ ที่ข้อศอก                                 

 

- เอ็นอักเสบข้อพับเข่าด้านหลัง Hamstring Tendons

 

- เอ็นอักเสบขาหนีบ Adductor Tendons    

                                                       

- เอ็นอักเสบสะโพก Gluteal Tendons

 

 

ข้อจำกัดในการฉีด PRP

 

- ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง, ติดเชื้อ, โรคผิวหนังบางประเภท

 

- โรคการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

 

- คนไข้ที่กินยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด

 

- โลหิตจาง

 

- ตั้งครรภ์

 

ขั้นตอนในการเตรียมตัวการเตรียมตัวมาฉีดคือ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยถึงแทบจะไม่มีเลย เนื่องจากเป็นเลือดของตัวเอง ซึ่งมีข้อระวังอยู่ว่าถ้าเกิดอาการป่วยอยู่ขอให้รักษาหายดีก่อนเพราะอาจจะมีเชื้อโรคอยู่ในกระแสเลือดเนื่องจากเป็นเลือดของเราเอง  

ทั้งนี้การฉีดเกร็ดเลือดกับการฉีดยามีความแตกต่างกัน  คือหากเป็นการรักษาโดยฉีดยาจะเป็นการรักษาแบบปลายเหตุ ช่วยลดแค่อาการหรือบรรเทาลง แต่ถ้าเป็นการฉีดเกร็ดเลือดจะเป็นการรักษาแบบต้นเหตุเพราะเนื่องจากเกร็ดเลือดนั้นจะช่วยไปสมานแผลและซ่อมแซมกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่บาดเจ็บได้

 

บทความโดย :  นายแพทย์ วรายศ ตราฐิติพันธุ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล  ถนนแจ้งวัฒนะ