World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


ภาวะมีบุตรยาก รักษาได้ โดย นพ.มรว.ทองทิศ ทองใหญ่

ภาวะมีบุตรยาก รักษาได้

ด้วยเทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ (Blastocyst Culture)

 

คือการทำการปฏิสนธิของไข่และอสุจิภายนอกร่างกายแล้วเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปจนถึงระยะ Blastocyst แล้วจึงใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ไปฝังตัวและเกิดเป็นทารกต่อไป การเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายจนถึงระยะ Blastocyst นั้นต้องใช้ระยะเวลา 5 วัน และจะต้องใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนตามความต้องการสารอาหารของตัวอ่อนแต่ละระยะ

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาสภาวะแวดล้อมในการเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกายได้นานขึ้น (5-6วัน) จนกระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตไปถึงระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นตัวอ่อนที่มีการพัฒนาไปถึงขั้นสูงที่สุดก่อนที่จะฝังตัวเกิดเป็นเด็ก และเป็นระยะที่อยู่ในโพรงมดลูกตามธรรมชาติ  เมื่อใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนจึงสามารถฝังตัวได้ทันที  จึงทำให้อัตราการตั้งครรภ์ของวิธีการนี้สูงกว่าการใส่ตัวอ่อนในระยะอื่นๆทั้งหมด

 

 

 

 

ขั้นตอนในการรักษา

  • กระตุ้นรังไข่ให้ผลิตไข่หลายๆใบ โดยการฉีดยา การฉีดยาจะฉีดวันละ 1 เข็มติดต่อกันโดยเฉลี่ยจะฉีดประมาณ 7-10วัน ยาที่ใช้กระตุ้นไข่ในปัจจุบันเป็นยาชนิดใหม่ที่มีความบริสุทธิ์ของยามากขึ้นทำให้มีโอกาสได้ไข่จำนวนมากขึ้น และใช้ปริมาณยารวมทั้งจำนวนวันที่ฉีดลดลง
  • เมื่อกระตุ้นไข่ด้วยยาแล้ว แพทย์จะทำการตรวจติดตามการเจริญเติบโตของไข่โดยใช้เครื่องอุลตร้าซาวน์ เมื่อพบว่าไข่สุกสมบูรณ์เต็มที่แล้ว แพทย์จะทำการเจาะไข่เพื่อดูดเอาเซลล์ไข่ออกมาภายนอกร่างกาย
  • การเจาะไข่จะเจาะผ่านทางช่องคลอด โดยใช้อุลตร้าซาวน์บอกตำแหน่ง แล้วใช้เข็มเล็กๆเจาะไข่ออกมาจากรังไข่
  • การเก็บเชื้ออสุจิทำได้โดยให้ฝ่ายชายหลั่งอสุจิใส่ภาชนะที่จัดไว้ให้ แล้วนำอสุจิที่ได้ มาคัดเลือกตัวที่แข็งแรงก่อนที่จะนำมาทำการปฏิสนธิกับไข่
  • ทำการปฏิสนธิไข่และอสุจิ และเลี้ยงตัวอ่อนในห้องทดลอง โดยใช้เวลาเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายทั้งหมด 5 วัน
  • เมื่อได้ตัวอ่อนที่เป็นระยะ Blastocyst แล้วแพทย์จะทำการใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูก
  • หลังจากใส่ตัวอ่อนไปแล้วแพทย์จะนัดมาพบเป็นระยะ เพื่อติดตามดูแลระดับฮอร์โมนให้มีความสมดุล และมีสภาพเยื่อบุโพรงมดลูกเหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน
  • หลังจากใส่ตัวอ่อนไปแล้ว 14 วัน แพทย์จะทำการทดสอบการตั้งครรภ์ โดยการเจาะเลือดตรวจหาระดับฮอร์โมน HCG หรือฮอร์โมนรกเด็ก

 

ข้อดีของการทำ Blastocyst Culture

  • อัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้น
  • สามารถเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดี และมีการเจริญเติบโตดีที่สุดใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ได้
  • Blastocyst เป็นตัวอ่อนระยะที่อยู่ในโพรงมดลูกตามธรรมชาติ และพร้อมที่จะฝังตัวแล้ว เมื่อใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ก็จะสามารถฝังตัวได้เลย ซึ่งเป็นวิธีการที่ตรงกับ กระบวนการในธรรมชาติมากที่สุด
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดแฝดที่มีจำนวนทารกมากกว่า 2 คน เนื่องจากอัตราการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการนี้ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะใส่ตัวอ่อนเพียง 1- 2 ตัวอ่อนก็มีโอกาสตั้งครรภ์แล้
  • สามารถทำการวินิจฉัยความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกได้
  • ไม่ต้องมีความเจ็บปวดในการรักษา ไม่มีการผ่าตัด หรือเจาะท้อง
  • ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้ทุกขั้นตอน

 

 

บทความโดย :

นพ.มรว.ทองทิศ ทองใหญ่

แพทย์ผู้ชำนาญการด้านรักษาภาวะมีบุตรยาก มีประสบการณ์กว่า 30 ปี

ประจำศูนย์ผู้มีบุตรยาก เวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถนนแจ้งวัฒนะ

สอบถามข้อมูล ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เวิลด์เมดิคอล (World ART Center @WMC Hospital) โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถนนแจ้งวัฒนะ (WMC) โทร 02 836 9999 ต่อ 4706