World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


โรคสายตาของคนทำงานยุคใหม่ “Computer Vision Syndrome (CVS)”

 

โรคสายตาของคนทำงานยุคใหม่
“Computer Vision Syndrome (CVS)”
 
เราจะทำอย่างไร เมื่อชีวิตประจำวันที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ส่งผลให้สุขภาพดวงตาเสื่อมโทรม เป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์จะทำให้เกิดปัญหาอย่างเช่น อาการปวดรอบดวงตา ปวดศีรษะ ตาแห้ง ฯลฯ ซึ่งหากปล่อยไว้ นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลงแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวด้วย ดังนั้นเราจะทำอย่างไร ในการดูแลรักษาดวงตาของเราจากเทคโนโลยีปัจจุบัน
 
รู้จักกับ Computer Vision Syndrome (CVS) เป็นกลุ่มของอาการทางตาและการมองเห็น ที่มีผลมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการใช้งานอันที่จริงแล้ว เวลาทำงานกับคอมพิวเตอร์นั้น ดวงตาของคนเราจะถูกใช้งานแตกต่างจากการอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ไม่ว่าจะเป็นระยะการมองหรือมุมที่ต้องก้มขณะที่อ่าน และบ่อยครั้งที่พบว่าตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นมีความชัดเจนไม่เพียงพอ รวมทั้งความเข้มหรือความสว่างของหน้าจอซึ่งถูกปรับตั้งไว้ไม่เหมาะสมในขณะใช้งาน ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนทำให้เราต้องใช้สายตามากกว่าปกติในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์และส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้าจากการใช้งานดังกล่าวเป็นระยะเวลานานได้ ซึ่งพบว่าผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง จะมีความเสี่ยงที่จะเป็น Computer Vision Syndrome ได้สูง
 
 
สาเหตุของอาการเหล่านี้ เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
ภาวะแสงในขณะทำงานไม่เพียงพอ 
แสงสะท้อนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ 
ตำแหน่งของหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือการจัดท่านั่งที่ไม่เหมาะสม 
ภาวะสายตาที่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะสายตายาวหรือสายตาเอียง
 
อาการของ Computer Vision Syndrome จะประกอบด้วย 
อาการปวดบริเวณรอบดวงตา 
ปวดศีรษะ 
ตาพร่ามัว
ตาฝืดแห้ง 
อาจมีอาการปวดคอและไหล่ร่วมด้วยซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นชั่วคราวและหายไปเมื่อได้พักจากการใช้คอมพิวเตอร์
 
การตรวจวินิจฉัย
การวินิจฉัย Computer Vision Syndrome สามารถทำได้จาก
1. การซักประวัติคนไข้ จะพบว่าคนไข้มักทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันโดยไม่มีการหยุดพัก ร่วมกับมีอาการข้างต้นหลังจากที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และอาการมักจะหายไปเมื่อหยุดพัก
2. การตรวจร่างกาย จะพบว่าตาอาจจะแดงเล็กน้อย ตาแห้ง หรืออาจพบแผลบนกระจกตาลักษณะแบบจุด ความชัดเจนของการมองเห็นมักจะลดลง รวมทั้งอาจตรวจพบว่ามีสายตาที่ผิดปกติร่วมด้วย
 
การป้องกัน Computer Vision Syndrome สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกัน Computer Vision Syndrome คือ การจัดลักษณะท่าทางและสิ่งแวดล้อมในการใช้คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดย-หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา 15 - 20 องศา และบริเวณกลางหน้าจอควรอยู่ห่างจากใบหน้า 50 - 70 ซม. - จัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในมุมที่ไม่มีแสง จากภายนอกมาตกกระทบ หรือเลือกใช้หน้าจอชนิดที่ลดแสงสะท้อน (Anti- glare screens or filters) และปรับตั้งความเข้ม (Contrast) ของหน้าจอที่ประมาณ 75% รวมทั้งลดแสงสว่างบนโต๊ะลงเล็กน้อย - ควรมีการพักสายตาระหว่างการใช้งานทุกๆ 20 นาที โดยการมองออกไปที่ระยะไกลอย่างน้อย 20 ฟุต (หรือ 6 เมตร) เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที และควรหยุดใช้งาน 15 นาที หลังจากที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง
 
- สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี การเลือกใช้แว่นตาและเลนส์ที่ได้รับการเคลือบสารเคมี (Multicoat) จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้ - หมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตาหรือสายตา และควรรับการตรวจสุขภาพตาจากจักษุแพทย์เป็นประจำ
 
จะเห็นว่าในยุคปัจจุบัน Computer Vision Syndrome เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรา โดยที่บางคนอาจจะเป็นโรคนี้โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน และถ้าปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการใส่ใจ และแก้ไขที่สาเหตุ อาการที่กล่าวมานั้นก็จะกลับเป็นซ้ำ และอาจมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ในกรณีที่ Computer Vision Syndrome ถูกละเลยไม่ได้รับการรักษา อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังแก้ไขได้ยาก และในที่สุดอาการเหล่านี้จะติดตัวคนไข้ไปตลอด นอกจากนี้ภาวะตาแห้งที่รุนแรงยังอาจทำให้กระจกตาเป็นแผลอักเสบ หรือติดเชื้อซึ่งมีผลต่อการมองเห็นหรือแม้กระทั่งตาบอด
หรือสูญเสียลูกตาได้ 
 
ด้วยความปรารถนาดีจาก                        
ศูนย์จักษุวิทยาเฉพาะทาง โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
โทร : 02-836-9999 ต่อ 3621-2