World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


สัญญาณเตือน! เล็บบอกโรค

สัญญาณเตือน! เล็บบอกโรค
 

เล็บที่มีสุขภาพดี คือ เล็บที่มีสีออกชมพูจางๆ จากสีผิวของเนื้อข้างใต้เล็บ พื้นผิวเล็บเรียบ ผิวหนังรอบเล็บมีความแข็งแรงไม่ถอยร่น และเล็บมีความหนาไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ถ้าเล็บมีความแตกต่างไปนอกเหนือจากที่กล่าวแล้วอาจเป็นเล็บที่ไม่ปกติ และอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในร่างกาย

เล็บที่ผิดปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ คือ อาจเกิดจากการติดเชื้อ สารเคมีระคายเคือง การกระแทก มะเร็ง หรือเกิดจากโรคทางกายอื่นๆ อย่างไรก็ตามในบางครั้ง เล็บที่ผิดปกติอาจเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุได้เช่นกัน ซึ่งเราสามารถสังเกตลักษณะของเล็บได้ง่ายๆ ดังนี้

 

 

ความหนา-บางผิดปกติ

 

เล็บที่หนามากผิดปกติ มีหลายโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น เชื้อราที่เล็บ ซึ่งนอกจากเล็บจะหนาขึ้นแล้ว เล็บอาจมีสีเปลี่ยนแปลงร่วมด้วยเป็นสีเหลืองหรือขาวหรือดำ ผิวเล็บอาจมีความขรุขระร่วมด้วย นอกจากนี้ โรคสะเก็ดเงิน ก็อาจจะมีเล็บหนาได้ แต่ต่างกับเชื้อราที่โรคสะเก็ดเงินมักจะมีอาการเล็บหนาหลายๆเล็บ ตรงข้ามกับโรคเชื้อราที่มักเป็นไม่กี่เล็บ

เล็บเว้าลงจนคล้ายรูปช้อน (Spoon nails หรือ koilonychia) เล็บจะมีลักษณะขาวซีด อ่อน แบนบาง และแอ่นคล้ายช้อน พบในโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ในคนสูงอายุอาจมีเล็บที่บางและเปราะแตกง่ายบริเวณปลายเล็บ บางทีเล็บก็จะโค้งไปตามอายุด้วย ซึ่งเมื่อเป็นมากๆ เล็บจะจิกไปในเนื้อได้ง่ายขึ้น และอาจเกิดช่องใต้เล็บขึ้นมา ซึ่งทำให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าได้ง่ายขึ้น

 

 

เล็บที่มีพื้นผิวขรุขระ

 

ผิวเล็บอาจเป็นหลุมเล็กๆ ถ้าเป็นหลายเล็บ อาจบ่งบอกถึงโรคสะเก็ดเงิน ผิวหนังอักเสบ รวมทั้ง ผมร่วงเป็นหย่อมๆ และอาจพบได้ในเด็กบางคนโดยไม่มีสาเหตุ

เล็บเป็นร่องลึกตามแนวขวาง ที่เรียกว่า Beau's lines เกิดขึ้นได้จาก การเจริญเติบโตของเล็บถูกรบกวนจากอาการบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยร้ายแรง เช่น การมีไข้สูง การผ่าตัด

ในคนสูงอายุ เล็บจะเป็นเส้นที่ขนานๆกัน ดูเป็นระเบียบ และเป็นเหมือนๆ กันแทบทุกเล็บ ลักษณะเหล่านี้เปรียบเหมือนริ้วรอย หรือ ความเหี่ยวย่นของเล็บนั่นเอง

 

 

ผิวหนังรอบเล็บบวมแดง

 

เล็บเป็นสิ่งที่บ่งบอกของลักษณะนิสัยบางอย่างได้ เช่น ในคนที่ขยันมากๆ ทำงานบ้านตลอดเวลา สัมผัสกับน้ำบ่อยๆ หรือในบางอาชีพ เช่น เป็นช่างทำผม จะเกิดการระคายเคืองบริเวณเล็บได้ง่าย เช่น จากสารเคมี น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดบ้าน ทำให้ผิวหนังรอบเล็บหรือจมูกเล็บมีการเปื่อยยุ่ย บวมแดง ลักษณะนี้ไม่ใช่เชื้อรา ต้นเหตุจริงๆคือการอักเสบของโคนเล็บ แต่หากเป็นต่อเนื่องนานๆในบางครั้งอาจเกิดการติดเชื้อราตามมาได้เช่นกัน นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางราย อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังที่อ่อนแอนี้ ทำให้ผิวหนังรอบเล็บบวมแดงปวดและมีหนองร่วมด้วย อาการบวมแดงมักเป็นมาไม่นานซึ่งต่างจากคนที่มีผิวหนังรอบเล็บบวมจากการระคายเคืองของสารเคมีซึ่งจะมีประวัติเป็นมานานกว่า

 

 

เล็บเปลี่ยนสี ภาวะโรคทางกายมีผลกับสีของเล็บได้

 

เล็บมีสีดำ อาจเป็นจากมะเร็งผิวหนัง เชื้อรา ไฝ หรืออาจเป็นขึ้นมาเอง กรณีมะเร็งผิวหนังมีข้อสังเกตคือ ลักษณะเล็บที่ดำจะมีลักษณะเป็นปื้นสีดำสีไม่สม่ำเสมอ เป็นแค่เล็บเดียว มีประวัติเป็นมาไม่นาน อาจมีผิวหนังที่โคนเล็บเป็นสีดำร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์

อีกภาวะหนึ่ง คือ ภาวะเลือดออกใต้เล็บ ที่เกิดจากการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกาย วิธีการสังเกตคือ ถ้าดูใกล้ ๆ จะเห็นสีของเลือดเป็นลักษณะสีแดงเข้มหรือสีม่วง และมักเกิดขึ้นกะทันหัน เช่น ไปวิ่งกลับมาแล้วพบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากเลือดออกเยอะ ปวดมาก สามารถเจาะเอาเลือดออกได้

เล็บที่มีสีขาวครึ่งเล็บ พบได้ในคนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง

เล็บที่มีสีขาวสองในสามของเล็บ พบได้ในคนเป็นโรคเบาหวาน โรคตับแข็งและหัวใจวาย

เล็บที่มีสีขาวเป็นแถบขวางอาจเป็นโรคโปรตีนในร่างกายต่ำ (hypoalbuminemia) เล็บดังกล่าวเมื่อใช้มือกดไปที่เล็บ สีขาวที่เห็นจะจางลง

เล็บเหลือง หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเล็บสีเหลือง คือการติดเชื้อรา โดยส่วนใหญ่มักพบในเล็บเท้า แต่ก็สามารถพบที่เล็บมือได้เช่นกัน ถ้าการติดเชื้อรุนแรงขึ้น เล็บอาจหนาและงอร่วมด้วยได้

 

 

ปลายเล็บร่น (onycholysis)

 

ปกติเล็บคนเรามักจะติดกับเนื้อใต้เล็บเห็นเป็นสีชมพูถึงตรงปลาย พอถึงตรงปลายเล็บถึงจะแยกจากเนื้อ เห็นเป็นแถบแคบๆสีเหลืองๆ แต่หากมีโรคบางอย่าง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคไทรอยด์ โรคเชื้อราที่เล็บ โรคผื่นผิวหนังอักเสบ รวมถึงการใช้ยาบางชนิด ตรงปลายเล็บก็จะแยกเป็นสีเหลืองๆ กว้างกว่าปกติ ส่งผลให้มีพื้นที่ว่างใต้เล็บมากขึ้น

 

คำแนะนำสำหรับการดูแลเบื้องต้นด้วยตนเอง ในกรณีเล็บปกติ ควรมีการรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ขณะตัดเล็บไม่ควรแคะซอกเล็บมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เล็บฉีกขาด เกิดแผล ทำให้เชื้อโรคเข้าได้ง่าย ไม่ควรใช้ของมีคมขูดจมูกเล็บเพื่อให้เล็บเป็นรูปร่างสวยงามเนื่องจากเป็นการทำลายการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อง่าย ควรมีการทาครีมบำรุงเป็นประจำเพื่อให้ผิวหนังรอบเล็บไม่แห้งเป็นขุย จะช่วยให้เล็บแข็งแรง เงางาม เรียบเนียน มีสุขภาพเล็บที่ดี

 

ในกรณีเล็บผิดปกติ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษามากกว่าซื้อยารับประทานหรือทายารักษาเอง และในกรณีที่ขอบเล็บบวมจากการระคายเคืองของสารเคมี ควรใส่ถุงมือป้องกันการระคายเคืองขณะทำงานบ้านหรือเมื่อต้องใช้สารเคมี รวมถึงเช็ดมือให้แห้ง เพื่อไม่ให้จมูกเล็บเปื่อยยุ่ยอันจะทำให้เกิดผื่นหรือการติดเชื้อได้ง่าย

 

 

 

บทความโดย

WMC Expert Doctor l พญ. กมลวรรณ พงศ์ปริตร แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านผิวหนังและความงาม

ประจำศูนย์ศัลยกรรมและเวชกรรมเสริมสวย WMC โดยสมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย ชั้น 4  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล โทร. 02-836-9999 ต่อ 4521-2 Line : @worldcsc คลิก  https://lin.ee/fvI1wdu