World Medical Hospital (WMC), Thailand
ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช World Endoscopic Gyne Center

 

การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช คืออะไร
 
การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช มี 2 วิธี
1. การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopy) เป็นการผ่าตัด โดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ส่องผ่านรูเปิดขนาดเล็กทางหน้าท้องประมาณ 1-3 รู เพื่อเข้าไปตรวจวินิจฉัยและทำการผ่าตัดรักษา
2. Hysteroscopy คือการส่องกล้องในโพรงมดลูก โดยผ่านทางปากมดลูก เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติในโพลงมดลูก และทำการผ่าตัด โดยไม่ต้อง เปิดแผลหน้าท้อง
 
 
ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้องเมื่อเทียบกับการผ่าตัดผ่านหน้าท้อง
1. แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก แผลยาวประมาณ 0.5-1 ซม.
2. ความปวด หลังผ่าตัดน้อยกว่า
3. สามารถขยับตัว ลุกนั่ง หรือแม้แต่เดินได้เร็วกว่า
4. นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นกว่า เพียง 1-3 วัน หลังผ่าตัดสามารถกลับไปมีชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
5. การเกิดพังผืดในช่องท้องน้อยกว่าการผ่าตัดผ่านกล้องใช้ในโรคหรือภาวะใดบ้างมีหลายภาวะ ที่สามารถวินิจฉัยหรือรักษาโดยการผ่าตัดผ่านกล้อง ภาวะที่พบบ่อย เช่น
       5.1). ก้อนเนื้องอกที่รังไข่ หรือถุงน้ำ (ซีสต์) ที่รังไข่
       5.2). เนื้องอกมดลูก (Myoma) โดยตัดเฉพาะเนื้องอกออก หรือตัดมดลูกออกทั้งหมด
       5.3). เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
       5.4). ตั้งครรภ์นอกมดลูก
       5.5). การทำหมัน และการแก้หมัน
       5.6). พังผืดในอุ้งเชิงกราน หลอดมดลูกตีบตัน
 
 
    
 
 
การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
1. หลังเสร์จสิ้นการผ่าตัดผู้ป่วยจะอยู่ในห้องพักฟื้นนานประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่ออาการปกติดี จึงย้ายกลับตึกรักษาพยาบาล
2. ภายหลังผ่าตัด 8-12 ชั่วโมงแรก จะให้ผู้ป่วยนอนพักบนเตียง ให้พยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
3. งดน้ำและอาหาร ประมาณ 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
4. สูดลมหายใจเข้า ออก ลึกๆ ช้าๆ โดยใช้มือกดเบาๆบริเวณแผลไว้ เพื่อป้องกันการเกิดปอดแฟบ หรือปอดอักเสบหลังการผ่าตัด ให้ทำบ่อยๆ
5. หากมีเสมหะ พยายามขับออกด้วยการไอ โดยหายใจเข้าลึกๆ กลั้นลมหายใจแล้วจงไอออกมาแรงๆ พร้อมทั้งใช้มือกดบริเวณหน้าท้อง เพื่อลดการเจ็บแผล
6. เมื่อแพทย์อนุญาติให้ลุกได้ จึงค่อยๆฝึกการลุกนั่งข้างเตียง โดยลุกนั่งจากท่าตะแคง เพื่อลดการเจ็บแผล เมื่อไม่มีอาการเวียนศรีษะ จึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดิน
7. เมื่อแพทย์เริ่มให้รับประทานอาหาร จะเริ่มจากการจิบน้ำ อาหารเหลว และอาหารอ่อนตามลำดับ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ 6-8 แก้วต่อวัน
8. อาจมีเลือดเก่าๆ หรือสิ่งคัดหลั่งออกทางช่องคลอดได้ สามารถทำความสะอาดบริเวณภายนอกได้ตามปกติ และใส่ผ้าอนามัยไว้
 
การปฏิบัติตัวและการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช
1. ท่านจะได้รับการตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด อัลตราซาวน์ หรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวตามที่แพทย์เห็นสมควร เพื่อประเมินสภาพร่างกาย
2. หากท่านมีโรคประจำตัว หรือกินยาใดเป็นประจำต้องแจ้งแพทย์ผู้ผ่าตัด เนื่องจากอาจต้องมีการตรวจเพิ่ม หรือปรับยา
3. ท่านสามารถพูดคุย หรือซักถามแพทย์เพื่อให้เข้าใจถึงตัวโรคและการผ่าตัดจากแพทย์ผู้รักษาได้
4. รักษาความสะอาดร่างกายโดยทั่วไป อาบน้ำ สระผม ตัดเล็บให้สั้น ไม่ทาสีเล็บ ทำความสะอาดบริเวณสะดือเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัด
5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กินยาให้ครบถ้วน ก่อนรับการผ่าตัดควรรับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย หรือค่อนข้างเหลว และงดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืนก่อนการผ่าตัด
6. วันก่อนการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะมีการทำความสะอาดผิวหนังและโกนขนออก อาจมีการสวนล้างช่องคลอด และทวารหนักเพื่อลดการติดเชื้อหลังการผ่าตัด และลดอาการท้องอืด
7. ทำจิตใจให้สบาย ผ่อนคลาย และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
 
  
 
การปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้าน
1. ควรพักการทำงานอย่างน้อย 14 วัน หรือตามที่แพทย์สั่ง แต่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน และงานบ้านเบาๆได้ ไม่ควรยกของหนักประมาณ 6 สัปดาห์
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถูกสุขอนามัย ดื่มน้ำให้เพียงพอ
3. รับประทานยาที่แพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อยาอื่นๆ มาทานเอง
4. ทำความสะอาดร่างกาย หากเป็นที่ปิดแผลแบบกันน้ำสามารถอาบน้ำได้ แต่หากที่ปิดแผลลอก หรือมีน้ำซึมควรมาทำแผลใหม่ที่โรงพยาบาล
5. มาตรวจตามวันนัดที่ได้ใบนัดจากโรงพยาบาล เพื่อเปิดแผลหรือฟังผลชิ้นเนื้อ
6. หากมีอาการดังต่อไปนี้ ให้มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
       6.1) มีเลือดออกปริมาณมากทางช่องคลอด หรือสารคัดหลั่งที่ออกมามีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
       6.2) ปวดท้องน้อยมากขึ้น รับประทานยาแก้ปวดแล้วไม่บรรเทา
       6.3) แผลมีลักษณะบวมแดงร้อน หรือมีไข้
       6.4) คลื่นไส้อาเจียนตลอดเวลา
       6.5) ปัสสาวะไม่ออก หรือมีน้ำปัสสาวะออกมาทางช่องคลอด
       6.6) อาการผิดปกติอื่นๆที่ไม่แน่ใจ
 
 
 
 
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
World Endoscopic Gyne Center ชั้น2 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
โทรศัพท์ 02-836-9999 ต่อ 4721