World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


รักษาเนื้องอกมดลูกโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)

 

 

รักษาเนื้องอกมดลูกโดยไม่ต้องผ่าตัด

เนื้องอกมดลูก (Myoma Uteri)

คือ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่เกิดขึ้นที่มดลูก โดยแบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามตำแหน่งที่พบ ได้แก่

·    ชนิดใต้เยื่อบุโพรงมดลูก (Submucous Myoma)

·    ชนิดในกล้ามเนื้อมดลูก (Intramural Myoma)

·    ชนิดใต้ผิวด้านนอกของมดลูก (Subserous Myoma)

 

โดยปกติพบเนื้องอกมดลูก ประมาณ 20%-25% ของสตรีในวัยเจริญพันธ์ ซึ่งประมาณ 20-50% ของเนื้องอกมดลูกไม่แสดงอาการ โดยอาการของเนื้องอกมดลูก ได้แก่

·    ประจำเดือนมาผิดปกติ มามาก หรือมานาน โดยพบประมาณ 30% ซึ่งเกิดจากก้อนเนื้องอกยื่นมาในโพรงมดลูก หรือ ก้อนเนื้องอกทำให้มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และพื้นที่ผิวของโพรงมดลูกกว้างขึ้น

·    ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะไม่ออก เกิดจากการที่ก้อนเนื้องอกโตและดันบริเวณกระเพาะปัสสาวะ

·    ถ่ายอุจจาระลำบาก ท้องผูก เบ่งลำบาก เกิดจากก้อนโต และดันบริเวณลำไส้

·    ปวด อึดอัด บริเวณท้องน้อย

·    ภาวะมีบุตรยาก พบประมาณ 27% บางรายตั้งครรภ์แล้วแท้ง

·    รายที่ตั้งครรภ์ พบว่ามีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ เช่น แท้ง เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และ ทารกน้ำหนักน้อย

·    ก้อนเนื้องอกที่โตเร็ว มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 0.1-0.5%

 

 

วิธีการรักษาเนื้องอกมดลูก

การติดตามอาการในกรณีที่ไม่มีอาการและเนื้องอกขนาดเล็ก สามารถทำการรักษาได้ด้วยวิธีดังนี้

 

1. ผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกมดลูกออกทางหน้าท้อง (Myomectomy) สามารถนำเอาก้อนเนื้องอกออกได้ทั้งหมด แต่มีเลือดออกเยอะ อาจเสียเลือดเยอะขณะผ่าตัด ถ้าห้ามเลือดไม่ได้อาจต้องตัดมดลูก หลังผ่าตัดมีพังผืดในช่องท้อง และอุ้งเชิงกรานได้

 

2. ผ่าตัดส่องกล้องเอาก้อนเนื้องอกมดลูกออก (Laparoscopic Myomectomy) สามารถนำเอาก้อนเนื้องอกออกได้ทั้งหมด และแผลมีขนาดเล็ก แต่หากเสียเลือดเยอะมาก อาจต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง หลังผ่าตัดมีพังผืดในช่องท้อง และอุ้งเชิงกรานได้ แต่น้อยกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

 

3. ผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง (Total Abdominal Hysterectomy) สามารถนำมดลูกและเอาก้อนเนื้องอกออกได้ทั้งหมด ทำให้ไม่มีประจำเดือน และก้อนเนื้องอกไม่กลับมาใหม่ แต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก และขณะผ่าตัดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เช่น เกิดอันตรายกับเส้นเลือดที่มาเลี้ยงรังไข่ ทำให้รังไข่ขาดเลือด, เกิดอันตรายกับอวัยวะข้างเคียงอื่นๆ เช่น ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือเสียเลือดมาก ต้องให้เลือด และ อาจมีภาวะติดเชื้อได้

 

4. ผ่าตัดส่องกล้องเอามดลูกออก (Total Laparoscopic Hysterectomy)สามารถนำมดลูกและเอาก้อนเนื้องอกออกได้ทั้งหมด ทำให้ไม่มีประจำเดือน ก้อนเนื้องอกไม่กลับมาใหม่ และเกิดพังผืดน้อยกว่าการผ่าตัดทางหน้าท้องแต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก และขณะผ่าตัดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เช่น เกิดอันตรายกับเส้นเลือดที่มาเลี้ยงรังไข่ ทำให้รังไข่ขาดเลือด, เกิดอันตรายกับอวัยวะข้างเคียงอื่นๆ เช่น ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือเสียเลือดมาก ต้องให้เลือด อาจมีภาวะติดเชื้อได้ และหากการผ่าตัดทำได้ยาก มีเลือดออกเยอะ อาจต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

 

5. รักษาด้วยฮอร์โมน (Hormonal treatment) โดยแบ่งได้เป็น

·    ฮอร์โมนชนิดรับประทาน (ocp) ร่วมกับยาลดเลือดประจำเดือน ช่วยลดปริมาณเลือดประจำเดือนได้ แต่ต้องเสี่ยงกับการรับฮอร์โมนเป็นเวลานาน และไม่ได้ลดขนาดก้อนเนื้องอก

·    ฮอร์โมนชนิดฉีด (GnRH agonist) ช่วยลดขนาดของก้อน มักให้ก่อนผ่าตัด อาจมีอาการคล้ายภาวะหมดประจำเดือน และ ไม่สามารถให้นานได้

 

6. การฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าไปในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้องอก ทำให้ก้อนเนื้องอกขาดเลือดก้อนเหี่ยว ยุบลง (Uterine Artery Embolization) ไม่ต้องผ่าตัด แต่อาจทำให้อวัยวะข้างเคียงขาดเลือดได้ และอาจมีภาวะติดเชื้อได้

 

 

7. High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) คือ การรักษาโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงเฉพาะจุด ทำให้เนื้อเยื่อเป้าหมาย (เนื้องอก) เกิดความร้อนสูง และเซลล์บริเวณนั้นตาย โดยไม่เกิดอันตรายกับอวัยวะข้างเคียง หลังจากนั้นร่างกายจะจัดการกับเซลล์ที่ตายโดยการทำให้มันหายไป และทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงในที่สุด โดยมีข้อดีดังนี้

·    ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เกิดแผลที่ผิวหนัง และไม่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด

·    ไม่มีผังผืดเกิดขึ้นภายในช่องท้องและตัวมดลูก

·    ไม่ต้องดมยาสลบ

·    ไม่เกิดอันตรายกับอวัยวะข้างเคียง

·    ผู้ป่วยรู้ตัวตลอด สามารถสื่อสารกับแพทย์ขณะที่ทำการรักษาได้

·    ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล 1 วัน

·    มีโอกาสตั้งครรภ์ได้หลังการรักษา

 

 

ขั้นตอนการรักษาด้วย HIFU

1.   ตรวจ MRI เพื่อประเมินมดลูก ก้อนเนื้องอก และอวัยวะข้างเคียง

2.   เตรียมลำไส้ โดยการทานอาหารอ่อน 2 วัน อาหารเหลว 1 วัน ทานยาระบาย และสวนถ่าย

3.   ไม่ต้องดมยาสลบ

4.   คนไข้นอนคว่ำบนเตียงที่ใช้รักษา โดยหัวอัลตราซาวด์อยู่ด้านล่าง

5.   มีอุปกรณ์ที่ช่วยกันลำไส้ออกจากแนวคลื่นอัลตราซาวด์

6.   มีการเทียบภาพ MRI กับภาพอัลตราซาวด์ขณะที่ทำการรักษา

7.   ทำการรักษาทีละจุดจนครบทั่วบริเวณที่ต้องการรักษา โดยแต่ละจุดต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงสีของภาพอัลตราซาวด์ ซึ่งป็นการบ่งบอกว่าเนื้อเยื่อส่วนนั้นตายแล้ว

8.   แพทย์และคนไข้สามารถสื่อสารกันได้ตลอดการรักษา มีการให้ยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวด อาการไม่สุขสบายในช่วงที่ทำการรักษา

9.   หลังการรักษาสามารถกลับบ้านได้ หรือนอนสังเกตอาการที่โรงพยาบาลประมาณ 1 วัน

 

 

ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธี HIFU

1.   เนื้องอกมดลูกที่มีอาการผิดปกติ

2.   เนื้องอกมดลูกที่ไม่มีอาการ แต่มีขนาดดังนี้

      ·    เนื้องอกมดลูกชนิดใต้เยื่อบุโพรงมดลูก (Submucous Myoma) ขนาด > 2 cm

      ·    เนื้องอกชนิดในกล้ามเนื้อมดลูก (Intramural Myoma) ขนาด > 3 cm

      ·    เนื้องอกชนิดใต้ผิวด้านนอกของมดลูก (Subserous Myoma) ขนาด > 4 cm          

 

สำหรับผู้ที่ไม่เหมาะสมได้แก่ ผู้ป่วยที่นอนคว่ำไม่ได้ จะไม่สามารถรักษาได้ และหากมีแผลเป็นที่หน้าท้อง บริเวณที่ทำการรักษาอาจเกิดความร้อนสูงบริเวณแผลเป็นได้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ศูนย์สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา ชั้น2 รพ.เวิลด์เมดิคอล
โทรศัพท์ 02-836-9999 ต่อ 4721, 4722

 

แพทย์หญิง ดาราวดี สัทธาพงศ์

สูตินรีแพทย์เฉพาะทางมะเร็งนรีเวชวิทยา

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

หากคุณกำลังทรมานกับ เนื้องอกมดลูก(myoma) หรือ Adenomyosis  คุณสามารถ scan QR code นี้ เพื่อเข้าร่วมใน line group ที่คุณสามารถปรึกษากับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย HIFU ไปแล้ว และคุณยังสามารถปรึกษากับคุณหมอที่ทำ HIFU เกี่ยวกับอาการของคุณได้ด้วย