World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language



ศูนย์ภาพการแพทย์วินิจฉัย
คำอธิบาย


Diagnostic Imaging Center/WMC มีการนำเอาเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงมาใช้ในการวินิจฉัยรวมทั้งมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ สามารถค้นหาข้อมูลทางภาพได้อย่างรวดเร็วและสะดวกต่อการสืบค้น โดยข้อมูลทางด้านภาพถ่ายรังสี และผลการตรวจทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ในระบบ PACS SYSTEM ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการจัดเก็บรูปภาพทางการแพทย์ (Medical Images) และยังสามารถจัดการรับส่งข้อมูล ผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยการส่งภาพข้อมูลตามมาตรฐาน DICOM สามารถนำภาพเอกซเรย์ต่างๆ ออกมาแสดงผลผ่านคอมพิวเตอร์แผนกต่างๆ ทั้งในและนอกโรงพยาบาล เพิ่มความสะดวกสบายในการติดตามผลการตรวจของแพทย์ผู้รักษา ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาโรคดียิ่งขึ้น การบริการ 1. การตรวจด้วยเครื่อง MRI (Magnetic Resonance Imaging) 1.5 Tesla เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกาย โดยอาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นวิทยุ ทำให้ได้ภาพอวัยวะภายใน เช่น สมอง กระดูกสันหลัง ตับ ไต ข้อ ท่อทางเดินน้ำดี และถุงน้ำดี (MRCP) หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำของอวัยวะต่างๆ (MRA ,MRV) ที่มีความคมชัด สามารถแยกเนื้อเยื่อของร่างกายที่ปกติและที่ผิดปกติออกจากกันได้ สามารถตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆในร่างกายได้ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของโรค 2. การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (Multi-detector CT SCAN 64 slices) เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงรุ่นใหม่ล่าสุด มีการพัฒนาให้ทำการตรวจได้เร็วขึ้น สามารถให้ภาพเอกซเรย์ได้มากขึ้นถึง 64 ภาพ ต่อการหมุนของหลอดเอกซเรย์หนึ่งรอบ หรือประมาณ 160 ภาพต่อวินาที โดยภาพที่ได้จากการตรวจมีความละเอียดสูงแต่ละภาพบางเพียง 0.625 มม. ด้วยคุณสมบัติที่พัฒนาขึ้นมากนี้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (64-slice multi-detector CT scan) นอกจากใช้ในการตรวจอวัยวะทั่วไปเช่น สมอง ปอด ช่องท้อง และอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ยังสามารถนำมาใช้ในการตรวจจับภาพหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาได้อย่างชัดเจน ให้ภาพเอกซเรย์ที่ละเอียดคมชัดและ ผลการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำโดยเฉพาะพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery) ซึ่งมีความแม่นยำของการตรวจใกล้เคียงกับการฉีดสี ผ่านสายสวนหลอดเลือด โดยไม่ต้องใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงและยังได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนที่เกาะตามผนังหลอดเลือด หัวใจ นอกจากนี้สามารถใช้ในการตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ รวมทั้งหลอดเลือดแดงส่วนอื่นทั้งร่างกาย และสามารถทำการตรวจ ได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังได้มีการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ชั้นสูงในการสร้างภาพสามมิติ และสร้างภาพเสมือนจริงในการตรวจอวัยวะภายในที่สำคัญ (Virtual Endoscopy) ทำให้เห็นภาพเหมือนกับการส่องกล้องเข้าไปในอวัยวะต่างๆ เช่น ลำไส้ หลอดลม ช่วยตรวจหาความผิดปกติภายในอวัยวะเหล่านั้น เช่น ก้อนมะเร็งขนาดเล็ก เป็นต้น 3. Digital Mammogram Tomography เป็นการตรวจเต้านมด้วยรังสีเอ็กซเรย์ (X-Rays) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อค้นหาความผิดปกติที่เต้านม โดยใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อตรวจเต้านมเท่านั้น สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ซึ่งมีการใช้ Software Tomography เพื่อตรวจความผิดปกติที่เล็กๆซึ่งไม่สามารถพบได้ในการตรวจด้วยเครื่อง Mammogram ธรรมดา 4. การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง Ultrasound 2D 3D 4D / Echocardiogram สามารถตรวจหาความความผิดปกติด้วยการนำคลื่นเสียงความถี่สูงมาใช้ประโยชน์ในการตรวจอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น 1. การตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) 2. การตรวจอวัยวะในช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen) 3. การตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ (Ultrasound KUB system) 4. การตรวจเต้านม (Ultrasound Breasts) 5. การตรวจต่อมธัยรอยด์ (Ultrasound of thyroid) 6. การตรวจทารกในครรภ์ (Obstretics) เพื่อตรวจดูขนาดและอายุครรภ์ เพศ ความผิดปกติของอวัยวะสำคัญใหญ่ๆ ของทารกในครรภ์ ปริมาณน้ำคร่ำ ตำแหน่งของรก เป็นต้น ปัจจุบันเครื่องอัลตราซาวด์สามารถดูภาพ 3 มิติ (3D) และ 4 มิติ (4D) โดยภาพ 3 มิติจะมีมิติของความลึกเพิ่มขึ้นมา ส่วน 4 มิติจะเพิ่มมิติของเวลาเข้าไปอีก ทำให้สามารถเห็นภาพเคลื่อนไหวของทารกจากภาพ 3 มิติที่ต่อเนื่องกันได้ 7. การตรวจอื่นๆ นอกจากการตรวจต่างๆ ข้างต้นแล้ว อัลตราซาวด์ยังสามารถตรวจส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้อีก เช่น การตรวจอัลตราซาวด์เส้นเลือด (Ultrasound Doppler) อัลตราซาวด์ศีรษะเด็กแรกเกิด ถึง 1 ขวบ อัลตราซาวด์ก้อนที่ผิดปกติ อัลตราซาวด์เพื่อเป็น Guide Aspiration Procedure เป็นต้น 5. ตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก Bone densitometer เป็นเทคนิคการตรวจทางรังสีวิทยาที่มีประโยชน์อย่างมากในการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) ในระยะแรกเริ่ม ปัจจุบันทางการแพทย์นิยมใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนที่แพร่หลายมากชนิดหนึ่ง การตรวจด้วยเครื่อง BONE Densitometry เป็นวิธีการตรวจที่จะได้ค่าความหนาแน่นของกระดูก ที่มาตรฐาน ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุดในปัจจุบัน 6. ตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ฟลูโอโรสโคป (DIGITAL FLUOROSCOPY) เป็นเครื่องเอกซเรย์สำหรับการตรวจพิเศษทางรังสี เป็นการถ่ายภาพเอกเรย์ร่วมกับการใช้สารทึบรังสี โดยใช้ระบบควบคุมการทำงานจากระยะไกล (Remote control) โดยสามารถแสดงภาพได้แบบ real time และปรับปรุงภาพเป็นแบบระบบดิจิตอลให้มีความชัดเจน ง่ายต่อการวินิจฉัยโรคและมีความปลอดภัยสูง 7. เครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิตอล (Digital Radiography )เครื่องเอกซเรย์ถ่ายภาพรังสีทั่วไประบบดิจิตอล (Digital Radiography) สามารถแสดงและบันทึกภาพดิจิตอลด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีการแปลงสัญญาณภาพของ Flat Panel Detector ที่ให้รายละเอียดของภาพสูง ร่วมกับเครื่องเอกซเรย์ชนิดควบคุมปริมาณรังสีแบบอัตโนมัติ (Automatic exposure control; AEC) พร้อมบันทึกค่าปริมาณรังสีที่ผิวของผู้ป่วยพร้อมภาพ เข้าสู่ระบบจัดการภาพทางการแพทย์ (PACS) ได้อย่างสมบูรณ์ 8. High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) คือ การรักษาโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงเฉพาะจุด ทำให้เนื้อเยื่อเป้าหมาย (เนื้องอก) เกิดความร้อนสูง และเซลล์บริเวณนั้นตาย โดยไม่เกิดอันตรายกับอวัยวะข้างเคียง หลังจากนั้นร่างกายจะจัดการกับเซลล์ที่ตายโดยการทำให้มันหายไป และทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงในที่สุด โดยมีข้อดีดังนี้ • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เกิดแผลที่ผิวหนัง และไม่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด • ไม่มีผังผืดเกิดขึ้นภายในช่องท้องและตัวมดลูก • ไม่ต้องดมยาสลบ • ไม่เกิดอันตรายกับอวัยวะข้างเคียง • ผู้ป่วยรู้ตัวตลอด สามารถสื่อสารกับแพทย์ขณะที่ทำการรักษาได้ • ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล 1 วัน • มีโอกาสตั้งครรภ์ได้หลังการรักษา

สถานที่ & ติดต่อ

รพ.เวิลด์เมดิคอล ชั้น 1
ศูนย์ภาพการแพทย์วินิจฉัย

สิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีทางการแพทย์ของเรา

• เอ็มอาร์ไอ แบบ 1.5 T (1.5 T MRI)
• เอ็กเรย์คอมพิวเตอร์แบบ 64-สไลซ์ (64-Slice CT)
• อัลตราซาวด์ แบบ 3-D, 2-D (4-D, 3-D, 2-D Ultrasound)
• ดิจิตอลฟลูออโรสโคปี (Digital Fluoroscopy)
• ดิจิตอลเอ็กซเรย์ (Digital X-ray)
• High Intensity Focused Ultrasound (HIFU)